วันอังคารที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2556

ความดันโลหิตสงูในหญิงตั้งครรภ์

ความดันโลหิตสงูในหญิงตั้งครรภ์

ความดันโลหิตสงู คือค่าความดันโลหิต
มากกว่าหรือเท่ากับ 140/90 มิลลิเมตรปรอท เป็น

สาเหตุการตายของมารดาและทารกที พบได้บ่อย
เป็นอันดับต้นๆของการตั งครรภ์เกิดจากความไม่สมดุลของสารเคมีที ร่างกาย
สร้ างขึ นขณะตั งครรภ์ ทําให้หลอดเลือดตีบตัว
มากกว่าปกติและมีนํ ารั วซึมออกมาจากหลอ
เลือด ส่งผลให้เกิดแรงดันในหลอดเลือดสูงและมี
อาการบวม ผลของหลอดเลือดที ตีบแคบ ทําให้
เลือดไปเลี ยงอวัยวะต่างๆได้น้อยลง รวมทั งทารก
ในครรภ์ด้วย




อาการและอาการแสดง

- นํ าหนักเพิ มมากกว ่าปกติประมาณ 1-2กก./

สัปดาห์( ปกติ0.5กก./สัปดาห์)
- บวมมากขึ น คุณแม่จะรู้สึกหนักเท้า, เปลือกตา
บวม ,กดหน้าแข้งจะมีรอยบุ๋ม ,แหวนที เคยใส่ได้
จะคับแน่นขึ น
- ตรวจพบโปรตีนในปัสสาวะ
- ปวดศีรษะ ตาพร่ามัวอาเจียนพุ่ง
- เจ็บแน่นบริเวณลิ นปี หายใจไม่สะดวก
- หายใจหอบเหนื อย ซึมลง ชัก
ผลของความดันโลหิตสงในระยะรุนแรง ู
( ครรภ์เป็ นพิษ )

ผลต่อมารดา
1. เลือดออกในสมองอาจเสียชีวิตได้
2. ไตวายเฉียบพลัน ,นํ าคั งในปอด
3.การแข็งตัวของเลือดผิดปกติทําให้เลือดออกง่ายแต่หยุดยาก ตกเลือดก่อนและหลังคลอดได้ง่าย
4 .อาจเกิดภาวะตาบอดชั วคราว จะดีขึ นภายใน10-14วันหลังคลอด
5. ตับแตก, หัวใจล้มเหลว
6. บาดเจ็บจากการชักเช่น กัดลิ น , ตกเตียง
7.อาจต้องยุติการตั งครรภ์โดยไม่คํานึงถึงอายุ-ครรภ์ถ้าโรคมีความรุนแรงมากจนเป็นอันตราย
ต่อมารดา
ผลต่อทารก 
เนื่องจากเลือดไปเลี้ยงมดลูกน้อยลงทําให้รกเสื อมเกิดภาวะ....

1. แท้ง , ทารกเสียชีวิตในครรภ์และระยะแรกเกิด
2. คลอดก่อนกําหนด จากรกลอกตัวก่อนกําหนด
และการยุติการตั งครรภ์เพื อการรักษา
3. เจริญเติบโตช้าในครรภ์จากการได้รับสารอาหาร
ไม่เพียงพอ ทําให้แรกเกิดนํ

โรคติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ

โรคติดเชื้อของระบบทางเดินปัสสาวะในเด็ก แบ่งตามตำแหน่งของการติดเชื้อ
แบ่งออกเป็น 2 โรค คือ
1. โรคกรวยไตอักเสบ ในเด็กจะมีไข้สูง ปวดบั้นเอว ปัสสาวะขุ่น ปัสสาวะแสบขัด คลื่นไส้ อาเจียนแต่อาการในเด็กเล็กไม่จำเพาะ อาจมีไข้สูง ร้องกวน ดูดนมน้อยลง เด็กเล็กควรได้รับการตรวจปัสสาวะทุกครั้ง เมื่อมีไข้โดยตรวจร่างกายไม่พบความผิดปกติ 
2. โรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ มีอาการปัสสาวะแสบขัด ปัสสาวะบ่อย ครั้งละน้อยๆ กลั้นปัสสาวะไม่ได้ ปัสสาวะขุ่น บางครั้งอาจมีเลือดปน เด็กบางคนมีปัสสาวะรดที่นอนเกิดขึ้นใหม่ หลังจากที่เคยควบคุมการขับถ่ายได้แล้ว 


เป็นการติดเชื้อที่พบได้บ่อยมาก ร้อยละ 10 ของคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์จะมีการติดเชื้อ 1 ครั้งและคนที่ติดเชื้อแล้ว 1 ใน 3 คนจะติดเชื้อซ้ำอีก อาการที่พบบ่อยคือ กระเพาะปัสสาวะอักเสบ และมักจะไม่แสดงอาการ แต่จะพบเมื่อมีการตรวจปัสสาวะในตอนฝากครรภ์ หากพบการติดเชื้อจะต้องรีบรักษาให้หายโดยเร็วที่สุดเพื่อป้องกันการลุกลามของเชื้อ

โรคหัวใจกับการตั้งครรภ์






คุณแม่ที่เป็นโรคหัวใจพบบ่อยว่ามีปัญหาเกี่ยวกับลิ้นหัวใจรั่วจากการติดเชื้อบางชนิด หรือมีปัญหาผนังกั้นห้องหัวใจมีรูโหว่ เมื่อคุณแม่ต้องการตั้งครรภ์ต้องปรึกษาแพทย์เพื่อพิจารณาว่าอาการของโรคมีระดับความรุนแรงมากน้อยแค่ไหน และจะสามารถตั้งครรภ์ได้หรือไม่

โดยปกติหัวใจจะทำงานค่อนข้างหนัก เพื่อสูบฉีดเลือดผ่านเข้าออกให้สมดุล และเมื่อตั้งครรภ์ โดยเฉพาะครึ่งหลังของอายุครรภ์ ปริมาณเลือดจะเพิ่มขึ้นถึง 40% หัวใจจึงยิ่งทำงานหนักมากขึ้น คุณแม่ที่มีโรคหัวใจบางคนอาจเกิดอาการหัวใจวายขณะตั้งครรภ์ได้ 

โรคเบาหวานในหญิงตั้งครรภ์

             เบาหวาน....เป็นโรคแทรกซ้อนทางอายุรกรรม
ที!พบบ่อยในขณะตั งครรภ์เนื!องจากฮอร์โมนขณะตั งครรภ์ต่อต้านการทํางานของอินซูลิน ซึ!งมีหน้าที!ควบคุมระดับนํ าตาลในเลือด ทําให้นํ้าตาลในเลือดสูกว่าปกติเกิดเป็นโรคเบาหวานขณะตั งครรภ์ถ้าควบคุมระดับนํ าตาลไม่ได้อาจเป็นอันตราย ต่อทั้งมารดาและทารก

ผลของเบาหวานต่อการตั้งครรภ
ผลต่อทารก
1.แท้ง
2. ทารกพิการ พบได้ร้อยละ5-10ของมารดาเบาหวานและพบมากกว่ามารดาที!ไม่เป็นเบาหวาน 2-3เท่า
3. ทารกตัวใหญ่ ทําให้คลอดยาก เกิดการบาดเจ็บจากการคลอด
4.ทารกตายในครรภ์( 1-3รายใน 10ราย) สูงกว่าคนปกติ3-8เท่า มักเกิดเมื!ออายุครรภ์36สัปดาห์ขึ นไป
5. ทารกตายหลังคลอดมากกว่าปกติ7เท่า( ร้อยละ4-10)จากปอดไม่สมบูรณ์, เลือดหนืดข้น, นํ้าตาลและแคลเซียมในเลือดตํ่า
6. คลอดก่อนกําหนด เพิ!มขึ น 2-3เท่าและเจริญเติบโตช้าในครรภ

ผลต่อมารดา
1. ครรภ์เป็นพิษ ความดันโลหิตสูงเพิ!มขึ น 4เท่าพบได้ร้อยละ15-30ของหญิงตั งครรภ์ที!เป็นเบาหวาน
2. ติดเชื อง่ายจากภูมิต้านทานลดลง พบได้มากถึงร้อยละ75-80ของหญิงตั งครรภ์ที!เป็นเบาหวาน
อวัยวะติดเชื อที!พบบ่อยคือระบบปัสสาวะ
3. คลอดก่อนกําหนด พบร้อยละ20ในหญิงตั งครรภ์ที!เป็นเบาหวาน
4. คลอดยากจากทารกตัวใหญ่ โอกาสช่องคลอดจะฉีกขาดมาก มดลูกหดรัดตัวไม่ดีทําให้ตกเลือดหลังคลอดได้อาจต้องผ่าตัด ติดเชื อง่าย
แผลหายช้า

โรคโลหิตจางในมารดา

          


         ภาวะเลือดจาง เกิดจากการที่ฮีโมโกลบินต่ำกว่าปกติ หรือมีเม็ดเลือดแดงปริมาณน้อยกว่าเกณฑ์ปกติ ทำให้การลำเลียงออกซิเจนไปยังอวัยวะต่างๆ ได้ไม่ดี ซึ่งในช่วงตั้งท้องจะมีเลือดเพิ่มขึ้นมากกว่าในภาวะปกติ ทำให้ความเข้มข้นของเลือดลดลง โดยระดับของฮีโมโกลบินในช่วงตั้งท้องจะค่อยๆ ลดลงอยู่ และจะกลับสู่ค่าปกติหลังคลอดลูกแล้วประมาณ 6 สัปดาห์ แต่คุณแม่ท้องต้องระวังไม่ให้ระดับฮีโมโกลบินต่ำกว่า 11 กรัมเปอร์เซ็นต์ เพราะจะทำให้เกิดภาวะเลือดจาง และหากเป็นมากก็จะอันตรายต่อแม่และลูกในท้อง


อาการของเลือดจางในแม่ท้อง 

          
 หน้าซีด เหนื่อยง่าย เวียนหัวและเป็นลมบ่อยๆ
           หัวใจเต้นเร็วหรือเต้นไม่สม่ำเสมอ
           คลื่นไส้ เบื่ออาหาร
        

 ทั้งนี้ การที่คุณแม่มีภาวะเลือดจางในขณะตั้งครรภ์เลือดที่ไปเลี้ยงรกจะมีออกซิเจนน้อยกว่าปกติ ทำให้ออกซิเจนที่ส่งไปยังลูกมีน้อยกว่าจำนวนที่ควรได้รับซึ่งอาจทำให้เกิดอันตรายต่อลูกได้ คือ
           ทารกมีโอกาสพิการแต่กำเนิดสูง
           คลอดก่อนกำหนดและทารกน้ำหนักน้อย
           ทารกเสียชีวิตในครรภ์
           ทารกคลอดออกมาแล้วเสียชีวิต
           ทารกที่เกิดมาเป็นโรคเลือดจาง
           ทารกมีโอกาสพิการแต่กำเนิดสูง
           คลอดก่อนกำหนดและทารกน้ำหนักน้อย
           ทารกเสียชีวิตในครรภ์
           ทารกคลอดออกมาแล้วเสียชีวิต
           ทารกที่เกิดม
าเป็นโรคเลือดจาง
         คลอดก่อนกำหนดและทารกน้ำหนักน้อย